ภาพวาดราชินีแห่งทองคำที่สวยงาม

ถ้าถามถึงว่าภาพวาดที่สื่อถึงสาวสวยรวยมั่งมีเงินทองมีนักวาดนักเขียนคนไหนไหมที่ได้วาดได้ถ่ายถ้าถามว่ามีไหมการที่เราวาดภาพหรือรูปถ่ายอะไรนั้นๆมานั้นมันสามารถวาดและสื่อแสดงอาการและอารมณ์ออกมาได้ด้วยเช่นกันแต่ที่ผมจะเอามาพูดกันในวันนี้ก็คือภาพวาดราชินีแห่งทองคำ ถ้าถามถึงรูปภาพนี้นั้นมีความโดดเด่นมีความแตกต่างยังไงก็บอกได้เลยว่าภาพวาดนี้นั่นสามารถแสดงออกสื่อออกมาได้โดยประมานว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนโพสท่าท้าวเอวราวกับว่าฉันสวยฉันรวยมากแต่ในรูภาพนั้นหญิงคนนั้นได้ใส่เสื้อผ้าที่ทำมาด้วยจากใยสังเคราะห์ชนิดที่ดีมากและเคลือบด้วยทองคำอีกด้วยและเครื่องประดับเพชรที่มีราคาแพงมากอีกด้วยซึ่งภาพนี่นั้นหญิงสาวคนนี้ถึงจะแต่งตัวสวยหรืออะไรก็ตามแต่ใบหน้าของเค้านั้นแฝงไปด้วยความโศกเศร้าโดยภาพวาดนี่นั้นทุกๆอย่างที่เห็นในภาพนั้นคือความเป็นอยู่และความร่ำรวยของคนในสมัยนั้นๆและอีกอย่างและอีกอย่างภาพที่คุณเห็นมันคือการวาดจากการจำรองของคนจริงๆในสมัยนั้นซึ่งได้มีคนรวยคนหนึ่งพูดไว้ว่าคนจนหรือจะมาสู่คนรวยได้เลยเป็นเหมือนแรงผลักดันแรงจูงใจที่ทำให้จิตรกรได้วาดภาพนี้ขึ้นมาและเหมือนเป็นที่ยอมรับของคนระดับล่างอีกด้วยซึ่งภาพวาดนี่เป็นเหมือนตัวตนและตัวแทนความรู้ศึกของคนที่ถูกดูถูกเหยียดหยามมาโดยตลอดโดยทำให้ภาพวาดนี้ได้ถูกเรียกกันขนานนามว่าราชินีแห่งทองคำเป็นต้นมาอีกด้วยและยังมีชายคนหนึ่งที่อยากได้ภาพวาดนี้มาครอบครองเพาระถือว่าภาพวาดนี้เป็นเหมือนหนึ่งตัวตนหนึ่งตัวแทนของการสู้ชีวิตที่ว่าคนเราจะรวยจะจนถ้าไม่สร้างมากับมือก็ไม่มีวันเจริญได้หลอกโดยจิตกรนี้ได้ขายให้กับชายคนนั้นไปแล้วแล้วจิตรกรคนนั้นก็ได้นำเงินทั้งหมดที่ได้จากการขายภาพวาดนั้นเอามาบริจาคให้กับคนยากจนที่เค้าขาดแคลนจริงๆเลยได้ครับฉายาว่าบุรุตผู้ทรงธรรม

ภาพวาดราชินีแห่งทองคำที่สวยงาม Read More

แค่ภาพวาดก็สามารถสื่อถึงอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม

ถ้าถามถึงรูปภาพหรือภาพถ่ายที่สวยสดงดงามในประเทศและต่างประเทศนั้นมีมากหลายโดยอยู่ที่ว่าจะนำกลับมาเอามาใช้หรือเก็บรักษาได้ถูกวิธีหรือไม่นั้นเองแต่ที่เรากำลังจะมาพูดกันในวันนี่ก็คือภาพวาด ชายหนึ่งคนอยู่ในภาพในรูปเดี่ยวกันแต่การทำท่าทางหรือกำลังทำอะไรอยู่นั้นสามารถสื่ออะไรออกมาได้หลายๆเช่นเดี่ยวกันด้วยแต่ภาพนี้นั้นจิตรกรชาวต่างประเทศนั้นได้มีการจดบันทึกไว้ว่าภาพว่านี้มีการถูกสร้างขึ้นมาประมาณปี พ.ศ.2512 โดยภาพวาดนี้นั้นมีสามฉากในหนึ่งภาพแต่ละภาพนั้นก็ได้สื่อและแสดงออกมาทางอารมณ์ได้ดีอีกอีกอย่างเช่นฉากที่หนึ่งเป็นชายหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ที่ราวบันไดและกำลังไขว่ขาอีกด้วยโดยภาพนี้นั้นมีการสื่อมีการแสดงให้เห็นถึงว่าความสะดวกสบายนั้นจะอยู่ที่ไหนก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้อคำนึงถึงว่าจะต้องร่ำรวยหรือจนมั่งมรอะไรก็ตามแต่ในฉากหนึ่งของรูปภาพนี้นั้นและอีกอย่างฉากที่สองของรูปภาพนี้นั้นก็เป็นชายหนึ่งคนที่กำลังนั่งไขว่ขากำลังกินกาแฟหรือจิบกาแฟอยู่นั้นเองภาพวาดนี้นั้นได้สื่อถึงอีกว่าเค้าคือคนรวยที่สามารถจะใช้เงินหรือใช้อะไรก็ได้ที่สามารถหาความสุขให้ตัวเองได้แต่โดยใช้เงินที่ชื้อหาเอาความสุขเข้าตัวเพราะว่าภาพนี้ในฉากที่สองเป็นคนกำลังจิบกาแฟแล้วนับตังเงินทองราวกับว่าข้านี่เป็นคนรวยที่มีอำนาจบาดใหญ่และอีกอย่างในฉากที่สามของภาพนี่นั้นก็เป็นชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในสวนของตัวเองซึ่งแสดงให้ถึงว่าชายคนนี้นั้นมีความคิดริอาดอยู่ด้วยน้ำพัดน้ำแรงของตัวเองและแสดงให้รู้ถึงว่าการเอาตัวรอดการใช้ชีวิตให้ปกติเหมือนคนๆทั่วไปนั้นเป็นไปได้ด้วยตัวของเราเองและภาพวาดนี้นั้นได้มีมูลค่าแพงมากเพราะถูกสร้างขึ้นมาหลายปีแล้วและอีกอย่างภาพวาดนี่มีคนจำนวนมากที่ต้องการซื้อจับจองมาเป็นของตัวเองมากในหมู่นักเล่นรูปวาดและภาพถ่าย

แค่ภาพวาดก็สามารถสื่อถึงอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม Read More

ราชันสีทองแห่งภาคใต้

ถ้าถามถึงภาพวาดที่มีคุณค่าทางจิตใจของภาคใต้นั้นก็มีไม่กี่อย่างหลอกครับที่คนภาคใต้นั้นจะไม่มีการลืมลงได้นั่นเองก็คือดอกไม้ภาพวาดสีทองสิ่งผู้วาดนั้นชื่อว่า คมสัน สมปีดี นั้นได้เป็นผู้วาดภาพนี้เอาไว้เพื่อที่จะเป็นตัวแทนความงานแห่งภาคใต้นั่นเองโดยโดนภาพวาดชิ้นนี่นั้นมีแรงจูงใจมากจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่อำเภอเกาะพะงันซึ่งภาพวาดนี้นั้นได้สื่อและแสดงถึงความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านๆนั้นๆนั่นเองและเองอย่างยังแสดงถึงที่อยู่และความเป็นมาและยังเป็นสิ่งที่เตือนใจคนรุ่นหลังอีกว่าควรเก็บรักษาภาพวาดนี่ไว้และอีกอย่างภาพวาดนี่นั้นก็มีเป็นที่คนหมายปองกันมากหลายและอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือภาพวาดนี้นั้นได้มีมูลค่าเป็นเงินอยู่ที่เจ็ดหลัดโดยประมาณซึ่งอาจารย์ คมสัน สมปีดี นั้นได้กล่าวและพูดไว้ว่าภาพวาดนี้นั้นถ้าผมไม่คิดจะขายถ้าผมคิดจะขายเอาตังมาแล้วคนที่เกิดมาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี่นั้นและคนรุ่นหลังก็จะไม่มีได้เห็นอีกเลยทำให้อาจารย์ คมสัน สมปีดี ได้ทำการเก็บรักษารูปภาพนี้ไว้เป็นอย่างดีโดยที่เก็บไว้ที่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาพนี่นั้นก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการวาดภาพราชันสีทองแห่งภาคใต้และอีกอย่างนั้นภาพนี่ก็มีการนับกลับมาใช้ใหม่โดยการให้ผู้วาดท่านๆอื่นๆได้ลองวาดภาพตามหลักตามแนวแบบนี้อีกเช่นกันโดนยึดหลักที่ว่าต้องวาดและเหมือนและคล้ายคลึงกันกับการวาดภาพราชันสีทองแห่งภาคใต้แบบของต้นแบบนั้นอีกด้วยและก็มีนักวาดภาพมือสมัครเล่นได้วาดภาพออกมาแล้วถูกตากรรมการก็เลยได้ผมงานชิ้นโบว์แดงขึ้นมาใหม่ก็คือราชันตะวันแดงนั้นเองคือการวาดภาพดอกกะดังงาโดยนำมาวาดให้แบบแนวผสมโดยน้ำภาพของราชันสีทองแห่งภาคใต้และราชันตะวันแดงมารวมกันโดยรูปภาพนี้นั้นมีความสดของสีที่ได้บรรจงเขียนลงไปนั่นเอง    

ราชันสีทองแห่งภาคใต้ Read More